4.8 | 7,290+ รีวิว
มากกว่า 100,000 คน
42+ บริษัทประกัน | 928+ Reviews
เราเปรียบเทียบแผนประกันจาก 42+ บริษัทประกันเพื่อคุณ
เราได้หาแผนและราคาที่ดีให้กับคุณเพื่อทำการเปรียบเทียบแผนประกัน
Addons : สมัครหาประกันที่รับฟรี, ปรึกษาหมอ, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
เราทำให้ง่าย จากการเปรียบเทียบแผนและราคา ไปจนถึงการซื้อประกัน
เราเป็นกลาง ไม่มีซ่อนเงื่อน แค่เปรียบเทียบทุกอย่าง อย่างตรงไปตรงมา
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือค่าใช้จ่ายมกเม็ด
ประกันทันตกรรม หรือประกันฟันนั้นจะมีความความคุ้มครองหลักอยู่ 6 อย่างที่ทางบริษัทประกันนั้นจะมีความคุ้มครองโดยมีรายละเอียดความคุ้มครองดังนี้ :
วงเงินคุ้มครองสูงสุด หรือทุนประกันสำหรับประกันฟันนั้น จะเป็นยอดหรือวงเงินที่คุ้มครองทั้งหมดต่อกรมธรรม์ หรือง่ายๆเป็นยอดที่ทางบริษัทประกันนั้นจะคุ้มครอง หรือจ่ายไม่เกินต่อปี หากทุนประกันสำหรับแผนนี้อยู่ที่ 26 000 บาท (ทางบริษัทประกันจะจ่ายทั้งหมด 26 000 บาทต่อกรมธรรม์) นั่นก็ง่ายๆคือเคลมได้ทั้งหมดไม่เกิน 26 000 บาทนั่นเอง
ไม่ว่าจะเป็นการขูดหินปูน ขัดฟัน หรือเคลือบฟลูออไรด์ ทางประกันทันตกรรมนี้ก็มีความคุ้มครองให้ โดยยอดคุ้มครองนั้นจะแล้วแต่แผนที่ผู้เอาประกันนั้นเป็นคนเลือก โดยปกติแล้ว การขูดหินปูน ขัดฟัน และเคลือบฟลูออไรด์นั้นทางผู้เอาประกันนั้นสมควรที่จะทำทุกๆ 6 เดือน ไม่เร็ว และไม่ช้าจนเกินไป
การอุดฟัน และการถอนฟันก็เป็นหนึ่งในความคุ้มครองหลักของประกันทันตกรรมนี้ โดยที่ทางบริษัทประกันนั้นจะมีความคุ้มครองหากทางผู้เอาประกันนั้นมีความต้องการ หรือความจำเป็นในการรับการอุดฟัน หรือถอนฟันอันเนื่องมากจากปัยจัยหลายๆอย่าง เช่นฟันผุ และอื่นๆ
การผ่าฟันคุดก็เป็นหนึ่งในความต้องการของผู้เอาประกันหลายๆคนมากที่สุด โดยการผ่าฟันคุดนั้นจะเกิดขึ้นโดยส่วนมากเกือบกับทุกคน หากทางผู้เอาประกันต้องการที่จะผ่าฟันคุด ประกันฟันตัวนี้ก็คุ้มครองการผ่าด้วยเช่นกัน
การรักษารากฟันนั้นก็เป็นอีกหนึ่งความต้องการที่เป็นที่นิยมมาก โดยทางบริษัทประกันนั้นจะคุ้มครองการรักษารากฟัน รวมไปถึงการเอ็กซเรย์ด้วยโดยที่ไม่จำกัดจำนวนครั้งของการรักษารากฟัน (กี่ครั้งก็ได้)
เนื่องจากอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ประกันทันตกรรมของเรานั้นมีความคุ้มครองการรักษาฟันที่เกิดจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการล้ม การกระทำโดยไม่ได้ตั้งใจต่างๆที่เป็นอุบัติเหตุที่ทำให้ฟันของผู้เอาประกันนั้นเสียหาย ทางบริษัทประกันนั้นก็คุ้มครองค่าใช้จ่ายตามจริง
ในการหาแผนประกันทันตกรรม หรือประกันฟันที่เหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุดนั้น ทางผู้เอาประกันต้องทำการเปรียบเทียบแผนประกันและเปรียบเทียบความคุ้มครองเพื่อจะได้แผนประกันที่เหมาะและตรงกับความต้องการของคุณมากสุด เปรียบเทียบแผนประกันฟันกับเราได้ทันทีเพื่อหาแผนที่เหมาะสมกับสุขภาพของคุณมากที่สุด
ขั้นตอนการซื้อ และเอกสารที่ต้องใช้ในการทำประกันภัทันตกรรม :
เอกสารต่างๆสามารถส่งเข้ามาเป็นรูปถ่ายได้ผ่านทาง LINE แชทกับทางเรา หรือผ่านทาง Email support@checkdi.com
หากเข้าทำการรักษาฟันในเครือข่ายโรงพยาบาล หรือคลินิก จะไม่ต้องสำรองจ่าย แต่ถ้าหากเข้ารับนอกเหนือจากเครือข่ายโรงพยาบาลหรือคลินิก ผู้เอาประกันสามารถนำบิลมาเบิกกับทางเราได้เลยค่ะ
ดูเครือข่ายโรงพยาบาล : โรงพยาบาล หรือคลินิก
กดดูเงื่อนไขการรับประกันภัยได้ทันที
ใครๆก็สามารถซื้อรปะกันทันตกรรม หรือประกันฟันได้แต่จะมีช่วงอายุกำหนดเอาไว้ ผู้เอาประกันจะต้องมีช่วงอายุระหว่าง 15-60 ปีเป็นต้นไป
กรมธรรม์ประกันทันตกรรมนั้นจะมีระยะเวลาการรอคอยอยู่ที่ 65 วัน ยกเว้นอุบัติเหตุ หรือง่ายๆคือ หากลูกค้าต้องการเคลมผลประโยชน์ต่างๆ จะเคลมได้หลังจาก 65 วัันจากการซื้อกรมธรรม์ แต่ว่า จะคุ้มครองทันทีถ้าหากเป็นอุบัติเหตุ
ทางบริษัทประกัน เฉพาะการรักษารากฟัน บริษัทประกันจะคุ้มครองสำหรับสภาพที่เป็นมาก่อนทำประกันภัยในระยะเวลา 120 วัน ซึ่งทางบริษัทประกันจะช่วยคุ้มครอง ช่วยจ่ายให้ 50% จากค่ารักษาจริงทั้งหมด
ไม่ต้องสำรองจ่ายค่าใดๆทั้งสิ้น เมื่อผู้เอาประกันนั้นได้รับบริการที่โรงพยาบาล และคลินิกในเครือของทางบริษัทประกัน แค่เพียงแค่โชว์ Dental Card จากเรา ก็คุ้มครองทันที ไม่ต้องส่งเอกสารเคลมได้ยุ่งยาก แต่หากทางผู้เอาประกันได้เข้ารับบริการที่อื่นนั้น ทางผู้เอาประกันต้องจำที่จะต้องสำรองจ่ายไปก่อน และนำเอกสารตัวจริงมาเบิกเคลมที่หลัง
ทางผู้เอาประกันสามารถเข้ารับบริการทำฟันได้ กับโรงพยาบาล หรือคลีนิคในเครือข่ายของทางบริษัทประกันกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ทางผู้เอาประกันสามรถดูเครือข่ายโรงพยาบาล และคลินิกได้ ที่นี่
บริการเลขานุการส่วนตัวนั้นจะเป็น บริการที่ทางเรานั้นนัดหมายทันตแพทย์ให้ก่อนรับเข้าบริการ โดยที่ทางผู้เอาประกันจะไม่ต้องรอคิว หากโทรนัดหมายกับทางเลขานุการ บริการเลขานุการนี้จะเปิดให้ใช้บริการ 8:00 โมงเช้า ถึง 20:00 เท่านั้น
เบิกได้ หากทางผู้เอาประกันมีสวัสดิการอื่นๆ หรือประกันตัวอื่นๆอยู่แล้ว ก็สามารถใช้ประกันทันตกรรมตัวนี้เบิกกับสวัสดิการอื่นๆที่มีอยู่ได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะใช้คู่กันได้ไหม หากผู้เอาประกันใช้ความคุ้มครองของสวัสดิการเดิมหมดแล้ว ก็สามารถใช้อีกกรมธรรม์เบิกเคลมได้
การรับคำปรึกษาจากทันแพทย์ของเรานั้น จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ทางผู้เอาประกันสามารถโทรเข้ามาเพื่อรับคำปรึกษาทางทันตแพทย์ได้โดยมีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
ในส่วนของกรมธรรม์จะรับได้เป็นกรมธรรม์ตัวจริงพร้อมบัตร Care Card
ในส่วนของกรมธรรม์ตัวจริงและ บัตร Care Card ระยะเวลาการออกกรมธรรม์จะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันว่าแต่ละที่ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ โดยประมาณแล้วเอกสารตัวจริงจากบริษัทประกันจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วันซึ่งทางเราจะจัดส่งไปให้ตามที่สุดจัดส่งเอกสารของท่าน หรือท่านสามารถเข้ามารับเองได้ทันทีที่ออฟฟิศของเรา
ในส่วนของช่องทางการชำระเงิน ทางเรามีหลากหลายวิธีการชำระเงิน โปรดดูรายละเอียดได้ที่ ช่องทางการชำระเงิน
สามารถติดต่อเราได้ที่ Hotline : 02-985-9000 หรือ LINE@ @checkdi หรือ Email : support@checkdi.com
เวลาทำการ จ-ส : 08:00 - 17:30
NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL NULL 15 lifeประกันชีวิต มีหลากหลายชนิดมากในปัจจุบัน การที่เราจะเลือกว่าจะใช้ ประกันชีวิตแบบไหน ก็ย่อมที่จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ และ การใช้ประโยชน์ ของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสะสมเงินในรูปแบบประกัน หรือการเลือกความคุ้มครอง แต่เรารู้กันหรือเปล่าว่า ประกันแต่ละแบบก็มีความคุ้มครอง มีการให้ผลประโยชน์ ที่แตกต่างกันออกไป อย่างน้อย ประกันหลายแบบก็ยังสามารถช่วยในการการลดหย่อนภาษีได้ อย่าลืมว่า เราก็ต้องจ่ายภาษีทุกปี การเลือกประกันจึงสำคัญอยู่เช่นเดียวกัน วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจ กับประกันแต่ละแบบกันก่อนที่เราจะเลือกความคุ้มครองกันก่อนก็แล้วกัน
ประกันชีวิตแบบแรกคือ แบบตลอดชีพ เน้นให้คุ้มครองระยะยาว เราสามารถส่งเบี้ยได้หลายแบบตั้งแต่ 5 ถึง 20 ปี การจ่ายเบี้ยของประกันแบบนี้จะถูกกว่าแบบอื่น ๆ และคุ้มครองเราไปนานจนถึงอายุ 90 ถึง99 ปี แต่เพราะเราจ่ายเงินน้อย การทำประกันแบบนี้ จึงมักไม่มีการจ่ายเงินคืน การเลือกซื้อประกันลักษณะนี้ จะเป็นผลดีสำหรับคนที่อยู่ข้างหลัง เพราะจะเป็นหลักประกันให้พวกเขาได้เมื่อเราเสียชีวิต
ประกันชีวิตแบบคุ้มครองตามชั่วระยะเวลา ซึ่งตามชื่อแล้ว มันก็คือการเลือกการประกันเป็นช่วง ตามที่เราต้องการ ซึ่งเป็นระยะสั้นๆ ซึ่งข้อดีจะอยู่ที่การ ส่งเบี้ยต่ำ แต่คุ้มครองตามเวลาที่เราเลือก ซึ่งประกันเหมาะกับคนรายได้น้อย ที่ต้องการความคุ้มครองแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น จะยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเราเห็นว่าไม่ได้มีความจำเป็น เช่น บางช่วงที่เราต้องออกไปทำงานไกลบ้าน ต้องมีการเดินทางบ่อยๆ แต่ต่อมาได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทาง ก็ไม่จำเป็นต้องทำประกันแบบนี้อีกแล้ว เราก็สามารถที่จะเลิกทำได้
ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ความคุ้มครองแบบนี้ จะเน้นที่ผลตอบแทน มากกว่าความคุ้มครอง คล้ายการฝากเงินแล้วได้ดอกเบี้ย ตามระยะเวลา ซึ่งเราเลือกได้ตั้งแต่ 3-30 ปี การเลือกซื้อประกันแบบนี้ ไม่เหมาะกับคนที่มุ่งหวังการจ่ายทุนประกันคืน เพราะได้น้อยกว่ารูปแบบอื่นๆ แต่เหมาะสำหรับคนที่ชอบออมเงิน แต่อาจจะเห็นว่า การออมกับธนาคารได้ดอกเบี้ยน้อยกว่า แต่หากเลือกประกันอย่างน้อยก็ยังได้ความคุ้มครอง
ประกันชีวิตแบบบำนาญ ประกันแบบนี้เน้นการออมเพื่อเป็นทุนยังชีพตอนเกษียณ ซึ่งเราจะต้องออมอย่างต่อเนื่องตามแผนการประกันที่บริษัทกำหนดมาให้ ซึ่งอาจจะหมายถึงเราต้องออมจนถึงเกษียณ และจะได้รับเงินคืนรายปีหลังจากที่เราเกษียณอายุเรื่อย ทั้งนี้ก็แล้วแต่กรมธรรม์ของบริษัทไหนจะระบุเวลาเป็นอย่างไร แต่โดยปกติ ก็มักที่จะกำหนดไว้ที่ 85 – 90 ปี
การที่เราจะเลือก ประกันชีวิตแบบไหน สิ่งที่เราต้องรู้ก่อนก็คือ เราต้องการอะไรกับการคุ้มครอง และที่สำคัญคือ เรามีเงินสำรองพอที่จะจ่ายเบี้ยแบบไหน ซึ่งสำคัญที่เราต้องคิดให้ออกก่อนเริ่มทำประกันคือ เราต้องการประกันประเภทไหน ต้องจ่ายนานเท่าไหร่ ระยะเวลาคุ้มครอง เงินคืนต่าง ๆที่เราจะได้รับ และ มันครอบคลุมถึงอะไรบ้าง หากเราคิดได้คร่าว ๆ แล้ว เราค่อยไปเลือกว่า เราสนใจ ประกันชีวิตแบบไหน