
4.8 | 7,290+ รีวิว
มากกว่า 100,000 คน
42+ บริษัทประกัน | 928+ Reviews
เราเปรียบเทียบแผนประกันจาก 42+ บริษัทประกันเพื่อคุณ
เราได้หาแผนและราคาที่ดีให้กับคุณเพื่อทำการเปรียบเทียบแผนประกัน
Addons : สมัครหาประกันที่รับฟรี, ปรึกษาหมอ, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
เราทำให้ง่าย จากการเปรียบเทียบแผนและราคา ไปจนถึงการซื้อประกัน
เราเป็นกลาง ไม่มีซ่อนเงื่อน แค่เปรียบเทียบทุกอย่าง อย่างตรงไปตรงมา
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือค่าใช้จ่ายมกเม็ด
ประกันสุขภาพนั้นมีความคุ้มครองที่หลากหลายและความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันเป็นคนกำหนด แต่ทุกแผนประกันสุขภาพนั้นจะมีความคุ้มครองหลัก หรือความคุ้มครองที่สำคัญที่สุดที่เหมือนกันซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ :
วงเงินคุ้มครองสูงสุด หรือที่เรียกง่ายๆว่าทุนประกันนั้นคือ วงเงินรวมที่ตัวประกันสุขภาพจะให้ความคุ้มครอง หรือยอมจ่ายต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง หรือพูดง่ายๆ คือเคลมได้สูงสุดกี่บาทต่อครั้งนั่นเอง โดยปกติแล้วความคุ้มครองตรงนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการซื้อประกันสุขภาพ วงเงินที่สูงขึ้นก็ทำให้ตัวผู้เอาประกันเคลมได้มากขึ้น
คือเงินที่เป็นภาระของผู้เอาประกันต้องเสียค่าใช้จ่ายเองในก้อนแรก ของการเข้ารับการดูแลรักษาปัญหาสุขภาพในแต่ละครั้ง หรือพูดง่ายๆ คือเป็นเงินที่ทางผู้เอาประกันนั้นต้องชำระก่อนเลยเพื่อที่จะเคลมกับกรมธรรม์สุขภาพ ค่าเสียหายส่วนแรกจะทำให้ค่าเบี้ยประกันนั้นลดลง และมักจะเป็นที่นิยมในผู้เอาประกันที่ซื้อประกันสุขภาพไว้ใช้ตอนฉุกเฉินเท่านั้น (ใช้ประกันเพื่อเคลมเวลาเป็นอะไรหนักๆและค่าใช้จ่ายสูงๆ)
ผู้ป่วยในคือเงินที่บริษัทประกันจะจ่ายให้เมื่อมีการรักษาเกิดขึ้นที่โรงพยายาล (แอดมิด หรือนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล) เมื่อพูดความคุ้มครองของผู้ป่วยในแล้ว ค่าห้อง ค่าอาหาร ก็เป็นจัยใจหลักในการเลือกซื้อประกันสุขภาพของผู้เอาประกัน เนื่องจากค่าห้องค่าอาหารนั้นเป็นเงินที่บริษัทประกันชั้นจะจ่ายต่อวันเพื่อทำการแอดมิด หรือนอนโรงพยาบาล ถ้าค่าห้องสูงมากเท่าไหร่ ทางผู้เอาประกันก็จะได้ห้องที่ดีขึ้นมากเท่านั้น (ห้องเดี่ยวแบบ VIP หรือห้องติดสระน้ำ)
ความคุ้มครองผู้ปวยนอกนั้น คือเป็นเงินที่ทางบริษัทนั้นจะชำระแทนสำหรับค่าใช้จ่ายในการไปหาหมอและไม่ได้แอดมิน ถ้าหากผู้เอาประกันไปหาหมอแล้วไม่ได้นอนโรงพยาบาล ทางบริษัทประกันจะคุ้มค่าค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้ เช่น (ไปหาหมอเอายากลับบ้าน หรือไปพบหาคุณหมอเฉยๆ) ทั้งนี้ทั้งนั้น ความคุ้มครองของผู้ป่วยนอกนั้นทางผู้เอาประกันสามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ หรือไม่ซื้อเลยก็ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกัน
คือวงเงินคุ้มครองที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ กรณีที่ผู้เอาประกันได้รับอุบัติเหตุ บริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองกรณีที่ผู้เอาประกัน ได้รับความบาดเจ็บ ทุพพลภาพ เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ การมองเห็น การรับฟัง และการออกเสียง ผู้เอาประกันต้องตรวจสอบได้ดีว่าแผนประกันสุขภาพนั้นมีความครองครองในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยหรือไม่ เนื่องจากบางบริษัทจะมี และบางบริษัทนั้นจะไม่มี เพื่อเป็นอีกทางเลือกนึง,
คือวงเงินคุ้มครองที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ กรณีผู้เอาประกันเข้ารับการดูแลปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน เช่น ผ่าฟันคุด ถอนฟัน รักษาเหงือก ขูดหินปูน เป็นต้น ทั้งนี้ บางบริษัทต้องผู้เอาประกันต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน เคลมทีหลัง บางบริษัทไม่จำเป็นต้องสำรองจ่าย ความคุ้มครองทันตกรรมตรงนี้สามารถซื้อเพิ่มเติมได้ หรือไม่ซื้อก็ได้ หากผู้เอาประกันต้องการซื้อประกันสำหรับทันตกรรมอย่างเดียว ก็ซื้อได้เช่นกัน โดยที่ดูรายละเอียดได้ที่ ประกันฟัน
คือวงเงินคุ้มครองที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ กรณีที่ผู้เอาประกันเข้ารับการดูแลปัญหาสายตา เช่นการตรวจวัดสายตา หรือการเข้ารับการดูแลรักษาปัญหาสายตา ต้อเนื้อ ต้อลม ต้อกระจก เป็นต้น ความคุ้มครองสายตานี้ทางผู้เอาประกันสามารถซื้อเพิ่มเติม หรือไม่ซื้อก็ได้
ความคุ้มครองการคลอดบุตรนั้น จะเป็นความคุ้มครองที่ทางบริษัทประกันนั้นจ่ายให้เมื่อมีการคลอดลูกนั้นเกิดขึ้น ค่าตรงนี้นั้นจะรวมไปด้วยการคลอดบัตรตามปกติโดยใช้เครื่องมือช่วย หรือการผ่าท้องนอกมดลูกโดยการผ่าตัดแบบฉุกเฉิน ความคุ้มครองการคลอดบัตรตรงนี้จะมีระยะเวลาการรอคอยโดยเฉี่ลยแล้ว 280 วัน โดยที่ทางผู้เอาประกันต้องรออย่างน้อย 280 วันในการเคลมการคลอดบุตร (เพื่อเป็นการป้องกันซื้อประกันเพื่อทำคลอด)
โดยปกติแล้ว การช่วยเหลือฉุกเฉินนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยึง ความคุ้มครองช่วยเหลือฉุกเฉินที่บริษัทประกันจะจ่ายให้กับผู้เอาประกันเป็นค่ารถพยาบาล (Emergency Ambulance) หากมีการฉุกเฉินเกิดขึ้น ทางบริษัทประกันจะสำรองจ่ายในส่วนของรถฉุกเฉินให้ด้วย โปรดศึกษาแผนประกันให้ดีว่ามีการคุ้มครองตรงนี้หรือไม่ เนื่องจากบางบริษัทประกันนั้นจะมี และบางที่จะไม่มี
ในการหาแผนประกันสุขภาพที่เหมาสมกับตัวคุณมากที่สุดนั้น ทางผู้เอาประกันต้องทำการเปรียบเทียบแผนประกันและเปรียบเทียบความคุ้มครองเพื่อจะได้แผนประกันที่เหมาะและตรงกับความต้องการของคุณมากสุด เปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพกับเราได้ทันทีเพื่อหาแผนที่เหมาะสมกับสุขภาพของคุณมากที่สุด ช่วงราคาที่แสดงเป็นค่าประมาณ ขึ้นอยู่กับแผน/ความคุ้มครอง โปรไฟล์ผู้เอาประกัน และแคมเปญปัจจุบัน แนะนำให้ตรวจสอบใบเสนอราคาจริงตารางเปรียบเทียบราคาโดยบริษัทประกัน
แผน บริษัทประกัน ช่วงเบี้ย (THB) หมายเหตุ IPD Only เอไอเอ ประเทศไทย 8,000–25,000 IPD Only อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต 9,000–28,000 IPD Only ซิกน่า ประกันภัย 8,500–26,000 IPD Only แอลเอ็มจีประกันภัย 8,200–24,000 IPD Only ไทยประกันชีวิต 8,800–25,500 OPD + IPD เมืองไทยประกันชีวิต 18,000–45,000 OPD + IPD ไทยประกันชีวิต 19,000–48,000 OPD + IPD เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต 20,000–50,000 OPD + IPD ซิกน่า ประกันภัย 18,500–47,000 OPD + IPD กรุงเทพประกันชีวิต 19,500–49,000 Comprehensive แปซิฟิค ครอส ประกันสุขภาพ 35,000–120,000 Comprehensive เจนเนอราลี ประกันชีวิต 32,000–110,000 Comprehensive แมนูไลฟ์ ประกันชีวิต 30,000–100,000 Comprehensive อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต 33,000–115,000 Comprehensive กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต 34,000–118,000
ประกันสุขภาพเป็นความคุ้มครองที่จำเป็นสำหรับทุกช่วงวัย ตั้งแต่คนทำงานวัยหนุ่มสาวที่ต้องการความคุ้มครองพื้นฐาน ผู้ใหญ่ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ผู้สูงอายุที่ต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุม รวมถึงครอบครัวที่มีเด็กเล็กที่ต้องการความคุ้มครองทันตกรรมและสายตาเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง หรือผู้ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง
ขั้นตอนการซื้อ และเอกสารที่ต้องใช้ในการทำประกันสุขภาพสำหรับทุกบริษัทมีดังนี้ :
*ถ้าหากไม่ยอมรับในตัว Offer Letter ของทางบริษัทประกัน สามารถส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันชี้แจงเพิ่มเติมได้
เอกสารต่างๆสามารถส่งเข้ามาเป็นรูปถ่ายได้ผ่านทาง LINE แชทกับทางเรา หรือผ่านทาง Email support@checkdi.com
ใครๆก็สามารถซื้อประกันสุขภาพได้โดยช่วงอายุที่สามารถซื้อได้นั้นจะเริ่มตั้งแต่แรกเกิด 0-64 ปี ในการทำประกันสุขภาพครั้งแรก สำหรับคนที่อายุมากกว่า 64 ปีที่อยากทำประกันสุขภาพนั้นทางบริษัทประกันจำเป็นที่จะต้องขอเอกสาร เวชระเบียน (ประวัติการรักษาย้อนหลัง 3-5 ปี) ในการสมัครทำประกันเข้ามา
ความสำคัญของผู้ป่วยนอกนั้นจะขึ้นอยู่กับความต้องการขอผู้เอาประกันของแต่ละคน ถ้าหากผู้เอาประกันต้องการซื้อประกันสุขภาพที่สามารถจ่ายแทนเวลาไปหาหมอโดยที่ไม่ได้แอดมิด (ไปหาหมอแล้วกลับบ้าน เบิกยา หรือพบหมอเฉยๆ) ก็สมควรที่จะเลือกซื้อประกันที่มีความคุ้มครองผู้ป่วยนอกไปด้วย แต่หากแค่อยากได้ประกันสุขภาพเอาไว้เวลามีเกิดเหตุฉุกเฉินที่ต้องทำการแอดมิด ความคุ้มครองผู้ป่วยนอกก็ไม่จำเป็น ทั้งนี้ทั้งนั้นความต้องการนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับผู้เอาประกัน
ระยะเวลาการรอคอยนั้น คือระยะเวลาที่ทางผู้เอาประกันกันต้องรอก่อนการเคลมกับทางบริษัทประกัน แผนประกันที่อยู่บนมิสเตอร์ประกันนั้นจะมีแบบ ไม่มีระยะเวลาการรอคอย และแบบมีระยะเวลาการรอคอย โดยส่วนมากแล้วบริษัทประกันที่มีระยะเวลาการรอคอยจะมีเงื่อนไขการรอคอยดังนี้ ระยะเวลาการรอคอย 30 วันี้สำหรับการเจ็บป่วยใดๆที่เกิดขึ้น 120 วันสำหรับมะเร็งทุกชนิดและเนื้องอกถุงน้ำ, ริดสีดองทวาร, ไส้เลื่อนทุกชนิด, ต้อเนื้อหรือต้อกระจก, การตัดทอนซิลหรืออดีนอยด์, นิ่วทุกชนิด, เส้นเลือกขอดที่ขา, เยื่อบึโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และ 280 วันสำหรับการคลอดบุตร **ทั้งนี้ทั้งนั้นเงื่อนไขระยะเวลาการรอคอยนั้นจะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันชั้นเป็นคนกำหนด ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สำหรับแผนที่ไม่มีระยะเวลาการรอคอย ทางลูกค้าสามาถเช็คจากหน้าเว็บของกราได้ทันที
โดยส่วนมากแล้ว การต่ออายุกรมธรรม์บางบริษัทจะสามารถต่ออายุได้ตลอดชีพ หรือต่ออายุจนถึง 80-90ปี ทั้งนี้ทั้งนั้นการต่ออายุจะไม่มีแบบที่แน่นอนเนื่องจากจะขึ้นอยู่กับหลายๆปัจใจ
สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ด้วยคำประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือคปภ. นั้นได้ทำให้ กรมธรรม์ของประกันสุขภาพ (ที่ไม่ใช่ประกันชีวิต หรือที่ไม่ใช่ประกันสุขภาพพ่วงกับประกันชีวิต) นั้นสามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินแบบบุคคลธรรมดาได้ ทั้งแบบ ภ.ง.ด. 90 และแบบ ภ.ง.ด. 91 โดยที่นำมาหักสูงสุดได้ถึง 15,000 บาท (โดยที่วงเงินค่าลดหย่อนเมื่อร่วมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้ว ไม่เกิน 100,000 บาท)
โดยส่วนมากนั้นประกันสุขภาพจะเปิดให้สมัครแรกเข้าด้วยอายุที่ไม่เกิน 64 ปี มีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่รับทำประกันสุขภาพแรกเข้าที่ 70 ปีเป็นต้นไป โปรดเช็คแผนประกันได้ผ่านทางหน้าเว็บไซค์ของเรา (ใส่อายุ 70 ปีเพื่อดูแผนที่สามารถสมัครได้อยู่) ทั้งนี้ทั้งนั้นทางบริษัทประกันจะขอเอกสารเพิ่มเติมเช่น ประวัติการรักษาย้อนหลัง 3-5 ปี หรือเอกสารอื่นๆเพิ่มเติม เนื่องด้วยที่ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วทางบริษัทประกันจะไม่ค่อยรับผู้เอาประกันที่มีอายุมากกว่า 70 ขึ้นไป (แรกเข้า) ทางเราจึงแนะนำเป็น ประกันอุบัติเหตุแทน
ในขณะนี้ในการซื้อประกันให้ลูกคนเดียวจะซื้อไม่ได้ ทางบริษัทประกันนั้นจะบังคับให้ผู้ปกครอง คุณพ่อ หรือคุณแม่ก็ได้ ซื้อควบคู่กับลูกไปในกรมธรรม์โดยที่จะต้องเป็นแผนเดียวกันหรือไม่ก็เป็นแผนที่สูงกว่าสำหรับคุณแม่
แต่ละบริษัทประกันนั้นจะมีเครือข่ายโรงพยาบาลเป็นของตัวเอง ซึ่งถ้าทางผู้เอาประกันเลือกเข้าโรงพยายามที่อยู่ในเครือของบริษัทประกันแล้ว ทางผู้เอาประกันจะไม่ต้องสำรองจ่าย แค่โชว์บัตรสุขภาพของตนเองและทางบริษัทประกันกับโรงพยาบาลจะสื่อสารกันเอง* (จะมีบางเศสที่ทางลูกค้าต้องทำการสำรองจ่ายไปก่อน ถ้าบริษัทประกันจะต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลการเคลม และความคุ้มครองอื่นๆที่ทางลูกค้าต้องสำรองจ่าย เช่นความคุ้มครองของทันตกรรม หรือความคุ้มครองสายตา หรืออื่นๆ เป็นต้น)
สำหรับโรคที่เป็นมาแล้วนั้น ทางบริษัทประกันนั้นจะไม่รับคุ้มครองโดยเด็ดขาด เช่น ถ้าทางผู้เอาประกันเป็นมะเร็งมา แล้วซื้อทำประกันสุขภาพ ทางบริษัทประกันจะยกเว้นการคุ้มครองของมะเร็งและโรคที่เกี่ยวค้องทันที
โดยปกติแล้วทางบริษัทประกันจะมีข้อยกเว้นในเรื่องของ ระยะเวลาการรอคอย(อ่านได้จากคำตอบด้านบน) และโรคที่เป็นมาแล้วเป็นหลัก โดยทางบริษัทประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาแล้ว ทางบริษัทประกันก็ไม่สามารถเพิ่มเบี้ยประกันให้คุ้มครองโรคที่เป็นมาแล้วด้วยเช่นกัน
ค่าเสียหายส่วนแรกนั้น โดยส่วนมากจะเป็นที่นิยมเนื่องจากจะทำให้ค่าเบี้ยประกันนั้นถูกลงอย่างมาก แต่ค่าเสียหายส่วนแรกนั้นเหมาะสมกับคนที่ต้องการซื้อประกันสุขภาพไว้เวลาฉุกเฉินเท่านั้น เนื่องจากผู้เอาประกันจะต้องจ่ายเงินค่าเสียหายส่วนแรกไปก่อน ก่อนจะเคลมกับทางบริษัทประกันได้ โดยส่วนมากจะเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ซื้อไว้ป้องกันหากเกิดมีการผ่าตัดเกิดขึ้น หรือค่ารักษาพยายามที่เยอะมากๆแล้วจะให้ทางบริษัทประกันจ่ายในของส่วนต่าง
ในส่วนของกรมธรรม์จะรับได้เป็นกรมธรรม์ตัวจริง กับ PDF ไฟล์เอกสาร
ในส่วนของไฟล์ PDF ทางลูกค้าสามารถรับได้ใน LINE หรือ Email ภายใน 1 วัน ซึ่งทางลูกค้าสามารถพิพม์จากไฟล์นี้และใช้งานได้จนกว่าท่านจะได้รับกรมธรรม์ตัวจริง
ในส่วนของกรมธรรม์ตัวจริง ระยะเวลาการออกกรมธรรม์จะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันว่าแต่ละที่ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ โดยประมาณแล้วเอกสารตัวจริงจากบริษัทประกันจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วันซึ่งทางเราจะจัดส่งไปให้ตามที่สุดจัดส่งเอกสารของท่าน หรือท่านสามารถเข้ามารับเองได้ทันทีที่ออฟฟิศของเรา
ในส่วนของช่องทางการชำระเงิน ทางเรามีหลากหลายวิธีการชำระเงิน โปรดดูรายละเอียดได้ที่ ช่องทางการชำระเงิน
สามารถติดต่อเราได้ที่ Hotline : 02-985-9000 หรือ LINE@ @checkdi หรือ Email : support@checkdi.com
เวลาทำการ จ-ส : 08:00 - 17:30
Co-Payment หรือการร่วมจ่าย เป็นระบบในกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่กำหนดให้ผู้เอาประกันต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลส่วนหนึ่ง โดยบริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ Co-Payment มักกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนเงินที่แน่นอนต่อการรักษาแต่ละครั้ง